แนวคิดคนรุ่นใหม่ "แคร์เนชั่น" รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสังคม - Carenation
กลับสู่หน้าข่าวสารและกิจกรรม

แนวคิดคนรุ่นใหม่ “แคร์เนชั่น” รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสังคม

โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ที่น่าจับตามอง Carenation (แคร์เนชั่น) ที่เกิดจากแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการช่วยพัฒนาสังคม ภายในคอนเซปต์ “สังคมแห่งการให้ เพื่อช่วยให้สังคมดีขึ้นอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน”

ทุกวันนี้เราสั่งหรีดดอกไม้ จักรยาน หรือพัดลม หลังจากจบการใช้งาน หากเป็นสิ่งของก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ดอกไม้ นอกจากจะเน่าเสียกลายเป็นขยะแล้ว ภาระในการจัดเก็บก็ตกไปเป็นของทางวัดอย่างช่วยไม่ได้ นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง Carenation โดยคนรุ่นใหม่ บิ๊ก-คุณปริชญ์ รังสิมานนท์ หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) ที่เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยเป็นนักลงทุนดูแลการเงินให้กับรัฐบาลสิงคโปร์ (Government of Singapore Investment Corporation) และได้กลับมาใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีมาเป็นนักพัฒนาการเกษตร โดยได้ก่อตั้งปุ๋ยตรา “พาริช” ที่ได้ช่วยปรับปรุงวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีจำหน่ายทั่วประเทศมาแล้ว

โดยได้ส่วนผสมที่ลงตัวอย่าง เอิร์ท-คุณสรนันท์ ชูฉัตร นักออกแบบที่เคยได้รางวัล Red Dot Design Award และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Almond Digital Group บริษัทที่ปรึกษาทางด้านการออกแบบและนวัตกรรม โดยทั้งสองคนตั้งใจจะใช้ความสามารถในการเป็นนักสู้เพื่อสังคม มาปรับใช้ในการทำงานโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ ที่เชื่อว่าสังคมอยู่ได้ และองค์กรอยู่ได้ ไปพร้อม ๆ กัน ก่อนจะดึงคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดเหมือนกันเข้ามาร่วมทีมเพิ่มเติม คือ อ้อม-คุณทรัพย์สิดี เจริญลาภ, บิ๊ก–คุณอรรคพล จิรคูณสมบัติ และ นิว-คุณณัฐนรี กิตติวงศ์กร

ก่อนที่จะมาเป็น แคร์เนชั่น คุณปริชญ์ ได้ช่วยทำงานด้านสังคมมาหลายโปรเจคท์ โดยเป็นผู้ร่วมริเริ่มก่อตั้งกลุ่ม Thai Charity Advisory Group เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์สึนามิ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 สามารถร่วมระดมทุนมาได้กว่า 30 ล้านบาท จนเข้าตาสื่อมวลชนนานาชาติอย่าง CNBC เชิญมาสัมภาษณ์สดในรายการหลังจากภัยสึนามิ และยังเป็นหนึ่งในแกนนำหลักของกลุ่มช่วยสังคมต่าง ๆ ที่ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดยคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Thai Young Philanthropist Network (TYPN) ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนกว่า 1,400 คน ที่มุ่งหวังจะผลักดันประเทศไทยโดยเน้นการลดช่องว่างทางสังคม และจากการทำ TYPN นี้เองที่ทำให้คุณบิ๊ก ได้เจอและร่วมงานกับคุณเอิร์ทในการทำงานเพื่อสังคมต่าง ๆ

จนถึงวันนี้ ที่ทั้งสองคนได้มาริเริ่มโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ของตนเอง ภายใต้ชื่อ “Carenation” ทั้งคู่ก็ยังเชื่อและมุ่งหวังในการช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสังคมให้ก้าวต่อไปพร้อม ๆ กัน โดยยึดหลักการทำงานภายใต้แนวคิดที่ว่า “อยากเป็นแค่คนที่ทำประโยชน์ให้สังคม” และเชื่อว่าเราทุกคน จะสามารถช่วยผลักดันสังคมของเราให้มีความน่าอยู่ เกื้อกูลต่อกันและกันมากยิ่งขึ้น

แคร์เนชั่น ถูกออกแบบให้สะดวกต่อการใช้ มีน้ำหนักเบา แขวนและจัดเก็บง่าย สะดวกต่อการนำไปรีไซเคิลเพราะเป็นกระดาษที่พับเก็บง่าย ขึ้นรถซาเล้งนำไปขายต่อ ไม่เป็นภาระวัดในการต้องไปหาที่บริจาค แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะกระดาษที่นำมาเป็นวัสดุทั้งหมด ทำจากกระดาษที่มาจากการรีไซเคิลและกระดาษที่มาจากป่าปลูกเท่านั้น ไม่มีส่วนของโฟม ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

การผลิตทำโดยแรงงานในชุมชน ซึ่งเป็นการให้โอกาสและช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนด้วย นอกจากนี้รายได้จะถูกกันไว้ 20-30% เพื่อบริจาคให้กับองค์กรการกุศล ซึ่งผู้ซื้อสามารถ เลือกได้ว่าจะบริจาคให้กับองค์กรใด

ปัจจุบันมี 9 องค์กร ประกอบด้วย 1. “ใครรักป่ายกมือขึ้น” มอบกรมธรรม์ประกันชีวิต-อุบัติเหตุ-สุขภาพ ให้ผู้พิทักษ์ป่า 2. กองทุนสำหรับสนับสนุนการวิจัยด้านการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกัน ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สนับสนุนการวิจัยยารักษาโรคมะเร็ง 3. มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา นำโดยพระไพศาล วิสาโล เพื่อการนำธรรมะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย 4.ยุวพุท ธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ 5. กลุ่มลูกเหรียง ให้โอกาสเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์รุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เรียนหนังสือ 6. Unicef สนับสนุนการทำงานเพื่อเด็กของยูนิเซฟ 7. มูลนิธิกระจกเงา ช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดเตียง ด้วยการมอบผ้าอ้อม ของใช้จำเป็นและอาหาร 8. มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี พัฒนาทักษะให้ผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และ 9. เทใจดอทคอม สนับสนุนการทำงานโครงการเพื่อสังคม ตรวจสอบ รายงานและติดตามผลโครงการเพื่อความโปร่งใส ซึ่งหลังจากเปิดตัวโปรเจคท์นี้มาเพียง 3 เดือน แคร์เนชั่นได้บริจาคไปยังองค์กรการกุศลต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 160,000 บาท

“นอกจากการมอบเพื่อแสดงความตั้งใจของเราแล้ว รายได้จากแคร์เนชั่น 20-30% ยังถือเป็นการทำบุญให้กับองค์กรต่าง ๆ ต่อไป อาทิ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม การแพทย์และสาธารณสุข เด็กและเยาวชน พัฒนาสังคม วัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งการบริจาคดังกล่าวจะมีความโปร่งใส เพราะเราจะส่งใบเสร็จรับเงินจากมูลนิธิส่งให้กับผู้สั่งซื้อทุกครั้ง นอกจากนั้นยังสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย”

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไม่เพียงแต่ทำธุรกิจที่หวังผลในรูปตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยสิ่งแวดล้อม และสังคมให้ยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

อ่านต่อ
2019-08-29T02:14:24+07:00